ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X

เทศบาลเมืองบึงกาฬ
อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว


ศาลเจ้าแม่สองนาง
12 มิถุนายน 2568 10:42 น.

เจ้าแม่สองนาง เป็นความเชื่อของชาวบึงกาฬว่า เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยปกปักรักษาแหล่งน้ำบึงกาฬ รวมทั้งผู้คนทั้งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดบึงกาฬและผู้ที่มาสักการะขอพร ซึ่งวิถีชีวิตของชาวบึงกาฬ ได้ผูกพันกับแหล่งน้ำบึงกาฬ และแม่น้ำโขง รวมทั้งวิถีชีวิตของการทำเกษตรกรรม ที่เกี่ยวพันกับการขอพรเจ้าแม่สองนาง ในการทำไร่นา เก็บเกี่ยว การเป็นที่พึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพ ลูกหลาน ที่มีภัยอันตรายที่ ไม่อาจดูแลหรือรักษาได้ เจ้าแม่สองนางจะเป็นทางเลือกที่ชุมชนในจังหวัดบึงกาฬ ที่จะไปขอพรและบนบานศาลกล่าวให้ดูแลรักษา หรือขอพรในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาให้ได้รับความสำเร็จ

ประวัติความเป็นมาของเจ้าแม่สองนาง ตามคำบอกเล่าของ อดีตกำนันตำบลบึงกาฬ

เจ้าแม่สองนางมีความเกี่ยวกันกับเจ้าปู่ผ้าขาวกุดทิง ซึ่งได้เล่าขานกันมาประมาณ ร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยคุณตาเครื่อง ผิวเฟื่อง ชาวบ้านบึงกาฬเหนือ ได้เล่าเมื่อปี 2532 ขณะมีอายุ 94 ปี เศษ ว่าในช่วงที่เกิดศึกฮ่อ ที่จีนฮ่อได้เดินทางเข้ามารุกรานพื้นที่ในเขตแดนของไทย กลุ่มชนหนึ่งได้อพยพหนีสงครามลงมาตามลำแม่น้ำโขง โดยได้เดินทางมาตั้งรกราก บริเวณแหล่งน้ำบึงกาฬ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีต้นตระกูลหลักจำนวน 3 คน คือ ขุนหาร ญาพ่อพรม และ ญาพ่อโพธิ์ โดยแต่ละคนมีเครือญาติตามมาด้วยจำนวนหนึ่งโดยได้ตั้งรกรากใกล้แหล่งน้ำบึงกาฬ เป็นคุ้ม ๆ เรียกตามทิศว่า คุ้มเหนือ คุ้มกลาง และคุ้มใต้ และมีชาวบ้านได้อพยพติดตามมาเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งในภายหลัง บางส่วนติดตามมาจากเขตพื้นที่จังหวัดหนองคายบางส่วน ซึ่งในกลุ่มผู้อพยพกลุ่มหลัง มีพ่อเฒ่าพรม คนหนึ่งเป็นผู้มีวิชาอาคม รักษาคนเจ็บป่วยด้วยวิชาอาคมได้ โดยพ่อเฒ่าพรม มีลูกสาว สองคน คือ นางสาวเภา และนางสาวเหลา โดยในช่วงการเดินทางอพยพมาตามลำแม่น้ำโขงนั้น ภรรยาของพ่อเฒ่าพรมได้เกิดอาการเจ็บป่วยเนื่องจากชราภาพ และได้ถึงแก่กรรมในขณะที่เดินทาง เป็นเหตุให้พ่อเฒ่าพรมได้ออกบำเพ็ญตนเป็นชีผ้าขาว(ชีปะขาว) เมื่อได้เดินทางมาถึงบึงกาฬ ได้ตั้งรกรากอยู่บริเวณคุ้มกลาง อาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ทำการเกษตร และอาชีพประมงตามลำแม่น้ำโขง รวมทั้งแหล่งน้ำต่าง ๆ โดยเฉพาะกุดทิงซึ่งเดิมมีป่ารกทึบอยู่โดยรอบ ชาวบ้านได้รับอันตรายจากสัตว์ป่า บาดเจ็บล้มตาย จึงเชื่อว่ากุดทิงมีภูตผีปีศาจจึงได้เชิญพ่อเฒ่าพรมไปอยู่ที่บริเวณดอนหอ ใกล้กุดทิงเพื่อปราบภูตผีปีศาจเหล่านั้นให้ ในเวลาต่อมา พ่อเฒ่าพรมได้เสียชีวิตจากความชราภาพ ชาวบ้านได้พากันสร้างศาลให้เป็นที่อาศัยของดวงวิญญาณของชีผ้าขาวพรม

ในส่วนลูกสาวของชีผ้าขาวพรม คือนางสาวเภาและนางสาวเหลา หลังจากได้ดำเนินชีวิตมาตามปรกติจนถึงอายุสังขารชราภาพ ได้เสียชีวิตลง ชาวบ้านได้พร้อมใจกันสร้างศาลให้เป็นที่อยู่ของวิญญาณของทั้งสองคน จึงได้ชื่อว่าศาลสองนางมาจนกระทั่งปัจจุบัน ด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีผู้คนมาเคารพสักการะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากหลายเหตุหลายประการ ตลอดจนได้มาเข้าฝัน มานิมิตบอกกล่าวตักเตือนเภทภัยต่าง ๆ ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันจัดพิธีบวงสรวงสักการะประจำปีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

แนวปฏิบัติการบวงสรวงสักการะเจ้าแม่สองนาง มีความเชื่อที่ชุมชนที่เข้าไปสักการะ ตั้งแต่อดีตจะมีจ้ำ หรือคนที่สามารถสื่อสารกับเจ้าแม่สองนางได้ (คล้าย ๆ คนทรงในภาคกลาง) เป็นผู้คอยบอกในการกระทำพิธีเกี่ยวกับเจ้าแม่สองนาง โดยจะเป็นผู้กำหนด วันเลี้ยงลง และวันเลี้ยงขึ้น

วันเลี้ยงลง หมายถึง วันที่จะบวงสรวงเจ้าแม่สองนาง ก่อนที่จะลงมือทำนา ในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนหก ตามปฏิทินจันทรคติ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านที่จะลงทำนา ได้มาบนบานศาลกล่าว ให้เจ้าแม่สองนางทราบว่าจะทำนาแล้ว ให้ดูแลเรื่องน้ำ ฟ้าฝน และสิ่งรบกวนต่าง ๆ ที่จะทำให้ผลผลิตเสียหาย จากนั้นค่อยลงมือทำนา

วันเลี้ยงขึ้น หมายถึง วันที่มีการบวงสรวงสักการะเจ้าแม่สองนาง หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้ว ก็จะถือโอกาสมาขอบคุณเจ้าแม่สองนาง ที่ช่วยดูแลรักษาและดูแลผลผลิตจนกระทั่งเก็บเกี่ยว

การกำหนดวันจะเป็นข้างขึ้นในช่วงเดือนหกวันพุธเลี้ยงญาพ่อผ้าขาว และวันพฤหัสบดีเลี้ยงเจ้าแม่สองนาง ในปัจจุบัน นอกจากการเลี้ยงลงและเลี้ยงขึ้น เจ้าแม่สองนาง ตามที่ผู้ดูแลศาลเป็นผู้กำหนดแล้ว ยังมีการบวงสรวงสักการะประจำปี เพื่อให้ผู้ที่เคารพนับถือเจ้าแม่สองนางทุกสาขาอาชีพ ได้ร่วมสักการะประมาณวันเสาร์ที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี โดยเริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 มาจนกระทั่งปัจจุบัน สาเหตุที่เลือกช่วงนี้เนื่องจากเห็นว่า เป็นช่วงหลังจากออกพรรษา หมดหน้ากฐินแล้ว ชาวบ้านและชุมชนได้ว่างจากการจัดงานประเพณีอื่น ๆ สามารถมาร่วมจัดกิจกรรมได้อย่างเต็มที่

ความเชื่อศรัทธาที่มีต่อเจ้าแม่สองนางในอดีตทำให้การรุกล้ำที่สาธารณะคูคลองอย่างเช่นปัจจุบัน ไม่เกิดขึ้น ถือว่าได้ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ ทำให้ประชาชนมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์และทำให้ประชาชนที่นับถือเจ้าแม่สองนาง เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ที่ปฏิบัติตน ให้อยู่ในขอบเขตหรือกรอบของกฎหมาย เพราะความเชื่อถือศรัทธาต่อเจ้าแม่สองนาง ที่จะไม่ประพฤติหรือปฏิบัติสิ่งใดก็ตามที่เป็นข้อห้ามของชุมชนหรือครอบครัว มิฉะนั้นอาจเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ ต่อตนเองหรือครอบครัว ดังนั้นสามารถกล่าวได้ว่า เจ้าแม่สองนางเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้ประชาชน อยู่ในกรอบของประเพณี จารีตของชุมชนได้เป็นอย่างดี

 


ตำแหน่งที่ตั้ง : หมู่ที่ 1 บ้านบึงกาฬกลาง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 Google Map
เวลาทำการ : ทุกวัน 07:30 - 19:00 น.
โทรศัพท์ : 042491897
แหล่งที่มา : https://ich-thailand.org/article/detail/65824f073a1da799f46dd7dd
จำนวนผู้เข้าชม : 372


LINE OA QR Code
NACC
PACC
โบว์ไว้อาลัย